จุดประกายเสียงเล็กๆ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม นักศึกษา BUCI คว้ารางวัลชนะเลิศสุนทรพจน์ภาษาจีนระดับประเทศ
นักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติจีน คว้ารางวัลชนะเลิศสุนทรพจน์ภาษาจีนระดับประเทศ ด้วยการถ่ายทอดประสบการณ์จริง

ขอแสดงความยินดีกับ “ฮุย เม อภิวงศ์” หรือ “เม” นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขา BBA วิทยาลัยนานาชาติจีน และนักศึกษาทุนประกายเพชร 100% คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาจีน รอบชิงชนะเลิศ ในโครงการประกวดสุนทรพจน์เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก ครั้งที่ 11 (The 11th Change the World Speech Contest 2026) ภายใต้หัวข้อ “เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนสังคม สร้างสันติภาพโลก” จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ แต่ยังสะท้อนถึงความกล้าที่จะใช้ “เสียงของตัวเอง” ถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองต่อสังคม พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า ถึงแม้จะเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่ 1 แต่ถ้ากล้าคิด กล้าลงมือทำ และกล้าที่จะส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่น ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่วันนี้

ปี 1 ก็สร้างผลงานได้ หากใช้ทุกโอกาสให้มีคุณค่า
เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฐานะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 แต่เมตั้งใจใช้ทุกช่วงเวลาให้เกิดประโยชน์ ด้วยความเชื่อว่าชีวิตมหาวิทยาลัยไม่ได้มีเพียงเรื่องการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญในการค้นหาความถนัดและพัฒนาทักษะรอบด้าน “เมเป็นคนชอบทำกิจกรรมและไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียประโยชน์ บวกกับการที่เมเป็นเด็กทุนต้องเก็บผลงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมอยู่แล้วด้วย พร้อมทั้งอยากพัฒนาทักษะของตัวเองด้านอื่นๆ จึงได้ค้นหากิจกรรมที่สร้างผลงานและเกิดประโยชน์ จนมาเจอการแข่งขันนี้ค่ะ”
อีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญคือหัวข้อการแข่งขันที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าแข่งขันได้ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสังคม “เมอยากเสนอแนวคิดของเราที่มีให้คนอื่นได้รับฟังบ้าง โดยคิดว่าเริ่มจากเสียงเล็กๆ ของเราบวกกับประสบการณ์ที่เรามีมาถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนให้กับผู้คนได้ค่ะ”

“เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนสังคม” จากประสบการณ์จริงสู่เวทีระดับประเทศ
สิ่งที่ทำให้เมสามารถถ่ายทอดหัวข้อการแข่งขันออกมาได้อย่างมีพลัง คือการนำ ประสบการณ์จริงจากการทำจิตอาสาในช่วงมัธยมศึกษา มาเป็นแกนหลักของสุนทรพจน์
เมเคยเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาและได้สัมผัสกับความแตกต่างและความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งเด็กด้อยโอกาสและผู้สูงอายุที่ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้มเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในฐานะคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะสามารถทำอะไรเพื่อสังคมได้บ้าง แต่เมื่อได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ได้พูดคุยกับผู้สูงอายุ มุมมองของเมก็เปลี่ยนไป “เมจึงค้นพบว่า เราที่ตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็สามารถช่วยเหลือได้ ไม่ต้องใช้เงินทองมากมาย แค่เรามีใจที่ทุ่มเทและแน่วแน่”

กว่าจะถึงรอบชิงฯ ต้องผ่านทั้งผลงานและการคัดเลือก
การแข่งขันครั้งนี้ ผู้สมัครต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับผลงานและกิจกรรมที่เคยทำ รวมถึงเรื่องราวที่สร้างความประทับใจ พร้อมอัดวิดีโอแนะนำหัวข้อการแข่งขันเป็นภาษาจีน เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกรอบออนไลน์ ก่อนผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
หลังจากทราบผลว่าได้รับคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เมได้เข้าปรึกษา ดร.กิตตินันท์ เครือแพทย์ อาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษาของคณะ พร้อมทั้งได้รับคำแนะนำและฝึกซ้อมการพูดรวมถึงการปรับรายละเอียดบทนำเสนอจาก ดร.ฉวีวรรณ ว่องเจริญกุล จนทำให้การนำเสนอมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สำหรับรอบชิงชนะเลิศ ผู้เข้าแข่งขันต้องขึ้นพูดต่อหน้าคณะกรรมการและผู้เข้าแข่งขันจำนวนมาก โดยมีเวลาในการนำเสนอคนละ 5 นาที โดยเมเลือกใช้ “ประสบการณ์ตรงของตัวเอง” เป็นหัวใจในการเล่าเรื่อง ทำให้สามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ศึกษาวิธีการเล่าสุนทรพจน์ที่ดีเพิ่มเติม เพื่อทำให้เรื่องราวมีความน่าสนใจและเข้าถึงผู้ฟังมากยิ่งขึ้น “สิ่งที่เมมองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่สุดที่ทำให้คว้ารางวัลชนะเลิศ คือการ เข้าใจและตีโจทย์แตกอย่างแท้จริงค่ะ”


รางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้วยรางวัล คือ “การแลกเปลี่ยนความคิด”
แม้เมจะคว้ารางวัลชนะเลิศกลับมา แต่สิ่งที่ได้รับจากการแข่งขันครั้งนี้กลับมีคุณค่ามากกว่ารางวัล นั่นคือโอกาสในการพบเจอผู้เข้าแข่งขันจากหลากหลายช่วงวัย “ที่แปลกใจมากที่สุดคือน้องๆ Gen Alpha ที่มีความสามารถมากๆ และมีมุมมองความคิดใหม่ๆ ที่ตัวเมเองไม่เคยคิดมาก่อน เลยเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ได้รับฟังมุมมองที่แตกต่างและหลากหลายค่ะ ซึ่งสำหรับเมแล้ว การได้เรียนรู้มุมมองใหม่ๆ พร้อมกับการมีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองให้ผู้อื่นได้รับฟัง ถือเป็นความสำเร็จที่มีความหมายไม่แพ้การคว้ารางวัล”

ความสำเร็จของ เม ฮุย เม อภิวงศ์ ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของนักศึกษาปี 1 ที่คว้ารางวัลชนะเลิศบนเวทีสุนทรพจน์ภาษาจีน แต่เป็นเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ที่เลือกใช้ “เสียงเล็กๆ ของตัวเอง” ถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อแนวคิดดีๆ ให้กับสังคม เพราะบางครั้งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจไม่ได้เริ่มต้นจากคนที่มีเสียงดังที่สุด แต่เริ่มต้นจาก คนธรรมดาคนหนึ่งที่เชื่อว่าเสียงของตัวเองสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้