นักศึกษา BU-ITI มุ่งสู่ญี่ปุ่น คว้าโอกาสร่วม KAIT Technical Internship Program พัฒนางานวิจัยในระดับห้อง Lab จริง
นักศึกษา BU-ITI 3 คนได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ KAIT Technical Internship Program ที่ญี่ปุ่น ภายใต้ทุน JASSO เพื่อพัฒนางานวิจัยด้านหุ่นยนต์และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในห้องแล็บจริง

ขอแสดงความยินดีกับ 3 นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ได้แก่ นายชณชล พลเขตรกิจ (คิว) สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ นายสวัสดิไชย อมรประดับกุล (เจเจ) สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายจิรวัฒน์ ดามัง (เปรียว) สาขาเกมและสื่อเชิงโต้ตอบ ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ KAIT Technical Internship Program ณ Kanagawa Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ทุนการศึกษาจาก Japan Student Services Organization (JASSO)
โครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ก้าวออกจากห้องเรียน สู่การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงในห้องปฏิบัติการ พร้อมพัฒนาผลงานวิจัยร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น

จาก Portfolio สู่ห้อง Lab ระดับประเทศญี่ปุ่น
สำหรับทั้ง 3 นักศึกษา การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงโอกาสในการเพิ่มประสบการณ์ลงใน Portfolio แต่คือโอกาสสำคัญในการได้สัมผัสการทำงานวิจัยในห้องปฏิบัติการจริงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้ง 3 คนเล่าถึงเหตุผลที่สนใจเข้าร่วมโครงการว่า “โครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ในการสร้างผลงานลง Portfolio ของพวกเราครับ แต่ที่มากกว่านั้นคือโครงการนี้เปิดโอกาสให้ได้เข้าไปสัมผัส Lab จริงๆ ของประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Lab ที่ทันสมัยและมีชื่อเสียงในเรื่องของการพัฒนาด้าน Technology ครับ”

เกณฑ์คัดเลือกเข้มข้น วัดทั้งผลงาน ความรู้ และประสบการณ์จริง
กว่าจะได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการ นักศึกษาต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้น ทั้งการพิจารณา Portfolio ผลการเรียน และการสัมภาษณ์โดยคณาจารย์จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อประเมินทั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากการลงมือทำจริง “นอกจากส่งผลงานและเกรดของพวกเราที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการได้รับการคัดเลือกแล้ว ยังมีการสัมภาษณ์จากทางอาจารย์ญี่ปุ่น โดยคำถามจะมีตั้งแต่สิ่งที่ได้เรียนรู้มาตลอดในรั้วมหาวิทยาลัย ประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา รวมถึงการทำโปรเจกต์ผลงานต่างๆ ที่ได้เคยทำมาก่อน อยากรู้ว่าเรามีความรู้และได้ลงมือทำผลงานจริงอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังมีคำถามเรื่องการใช้ชีวิตทั่วไป เช่น การเอาชีวิตรอดในประเทศญี่ปุ่นครับ”
กระบวนการคัดเลือกนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ผลงานจากการลงมือทำจริง ประสบการณ์ และความพร้อมในการเรียนรู้ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาก้าวไปสู่ระดับนานาชาติ


เรียนรู้จาก Lab จริง เลือกเส้นทางวิจัยที่ใช่ด้วยตัวเอง
จุดเด่นของ KAIT Technical Internship Program คือการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการคิด ทดลอง และลงมือปฏิบัติจริงในห้องปฏิบัติการ โดยมีคณาจารย์ชาวญี่ปุ่นคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
นักศึกษาสามารถเลือก Lab ที่สนใจตามความชอบและความถนัด ก่อนนำความรู้และทักษะมาต่อยอดเป็นผลงานวิจัยของตนเอง “โครงการนี้พวกเราสามารถเลือก Lab ที่สนใจอยากทำงานวิจัยได้ โดยเลือกจากความชอบหรือความถนัดครับ ซึ่งพวกเราต้องใช้เวลาในการพัฒนาผลงานของตัวเองใน Lab ออกมาให้ได้ โดยอยู่ที่หัวข้อที่เราอยากทำครับ”


คิว: การใช้สายตาควบคุมหุ่นยนต์ เพื่อช่วยผู้ป่วยอัมพาต โดยเลือกเข้าร่วม Lab หุ่นยนต์ โดยมี Professor KAWARAZAKI Noriyuki เป็นอาจารย์ผู้ให้คำแนะนำ พร้อมพัฒนาแนวคิดระบบหุ่นยนต์ที่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยสายตา เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต “สำหรับคิวได้คิดค้นผลงานการใช้ระบบหุ่นยนต์ที่ใช้สายตาบังคับการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ ซึ่งผมพัฒนาโปรเจกต์นี้สำหรับผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต ให้สามารถใช้สายตาบังคับหยิบหรือจับสิ่งของโดยไม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย เพียงแค่ใช้สายตาเป็นตัวสั่งการการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ครับ ส่วนที่ยากที่สุดคือการคำนวณความแม่นยำของผู้ใช้งานครับ”
ผลงานนี้ให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยมีโจทย์สำคัญคือการพัฒนาระบบให้สามารถตอบสนองต่อการใช้งานของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำ


เจเจ: ผสาน AI กับหุ่นยนต์ พัฒนาสู่ระบบที่เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ด้านเจเจก็เลือกทำงานใน Lab หุ่นยนต์ เช่นเดียวกัน แต่เน้นการพัฒนา AI สำหรับควบคุมหุ่นยนต์ โดยมีเป้าหมายให้ระบบสามารถคัดกรองคำสั่งได้แม่นยำและเข้าใจความต้องการของมนุษย์มากยิ่งขึ้น “พัฒนาเรื่องของ AI ที่ใช้บังคับหุ่นยนต์ เพื่อให้ AI คัดกรองคำสั่งได้แม่นยำยิ่งขึ้น เจาะจงมากขึ้นและเข้าใจความต้องการของมนุษย์มากขึ้น โดยสามารถไปปรับใช้กับวิลแชร์ของผู้ป่วย ซึ่งพัฒนาให้มีระบบของภาษาไทยด้วยครับ”
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการทำงานครั้งนี้ คือการเรียนรู้และประยุกต์ใช้ R.O.S.2 รวมถึงการทำงานของเซนเซอร์วัดความลึก เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและทำงานได้อย่างแม่นยำที่สุด


ขณะที่ เปรียว: เจาะลึก Cybersecurity พัฒนา AI ค้นหาช่องโหว่เว็บไซต์ ได้เลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป ด้วยการเข้าร่วม Lab AI และพัฒนางานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cybersecurity ภายใต้คำแนะนำของ Professor TAKANO Kosuke
ผลงานของเปรียวคือการพัฒนา AI Hack ระบบ สำหรับค้นหาช่องโหว่ของเว็บไซต์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปิดช่องโหว่และยกระดับความปลอดภัยของระบบ “ผมได้พัฒนา AI Hack ระบบ เป็นการหาช่องโหว่ของเว็บไซต์เพื่อให้สามารถปิดช่องโหว่ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่มาจากการค้นพบว่าคนเราเวลาเข้าใช้งานระบบเว็บไซต์ มักไม่ค่อยสนใจเรื่องของความปลอดภัย จึงอยากพัฒนาระบบตรงนี้ให้รักษาความปลอดภัยครับ”
อย่างไรก็ตาม การทำวิจัยใน Lab จริงมาพร้อมกับความท้าทาย โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านขนาดของระบบ AI และปริมาณข้อมูลที่ใช้ในการทดลอง

ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ใน Lab แต่คือการเรียนรู้ชีวิตในญี่ปุ่น
ตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการ นักศึกษาทั้ง 3 คนไม่ได้เรียนรู้เพียงด้านเทคโนโลยีและการทำงานวิจัยเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้การใช้ชีวิต การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสื่อสารในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ “การได้ไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย จากในตอนแรกที่มีความกังวลเรื่องของสำเนียงของภาษา แต่พอได้ฟังและได้พูดคุยกับทั้งเพื่อนๆ และอาจารย์ก็ไม่มีปัญหา สามารถทำงานร่วมกันได้ดีมากๆ ครับ”



เบื้องหลังความสำเร็จ คือแรงสนับสนุนจากคณาจารย์
ความสำเร็จของการพัฒนางานวิจัยตลอดระยะเวลาประมาณ 2 เดือนไม่ได้เกิดขึ้นจากความพยายามของนักศึกษาเพียงลำพัง แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากคณาจารย์ที่ช่วยให้คำแนะนำและผลักดันให้งานวิจัยเดินหน้า

นักศึกษาทั้ง 3 คนกล่าวขอบคุณ รศ.อานนท์ สุขเสถียรวงศ์ ดร.สรพรรค ภักดีศรี ดร.ณัฐพงษ์ แสนจันทร์ อาจารย์ปัทมาภรณ์ พิมพ์หานาม และ Professor TAKANO Kosuke Professor KAWARAZAKI Noriyuki รวมถึงหน่วยงาน International Affairs ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการทำงานตลอดโครงการ “อาจารย์ทุกท่านสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ ที่สำคัญในงานวิจัยทั้งหมด เพื่อช่วยให้พวกเราสามารถทำการทดลองและปฏิบัติผ่านเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ได้ รวมถึงให้คำแนะนำการทำงาน ช่วยปรับหัวข้องานวิจัย ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านมากๆ ครับในช่วงเวลาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา”

ฝากถึงน้องๆ ที่อยากก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ
สำหรับนักศึกษารุ่นต่อไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ KAIT Technical Internship Program ทั้ง 3 คนฝากคำแนะนำว่า “ใครที่อยากทำงานวิจัยและหาประสบการณ์ใหม่ๆ เร็วๆ นี้ทางโครงการจะมีการสัมภาษณ์นักศึกษารอบใหม่ในการเข้าร่วมโครงการนี้ อยากให้ทุกคนไม่ต้องกลัวและขอให้เตรียมโปรเจกต์ผลงานของเราที่สอดคล้องกับโครงการนี้ครับ”

เส้นทางของนักศึกษาทั้ง 3 คนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า โอกาสทางการศึกษาที่ดี เริ่มต้นจากความกล้าที่จะลงมือทำและเมื่อความรู้จากในห้องเรียนถูกต่อยอดด้วยประสบการณ์จริงบนเวทีนานาชาติ สิ่งที่กลับมาไม่ใช่เพียงผลงานวิจัย แต่คือ ทักษะ ความมั่นใจ มุมมองใหม่ และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่ออนาคต