กล้าเปิดโอกาสให้ตัวเอง 2 นักศึกษาคณะบัญชี ม.กรุงเทพ ก้าวสู่เวที BOT BOOTCAMP คว้ารางวัลระดับประเทศ

4 8 17

การเรียนรู้ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน 2 นักศึกษาคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เลือกก้าวออกไปท้าทายตัวเองบนเวที BOT BOOTCAMP : THE NEXT GEN ก่อนกลับมาพร้อมประสบการณ์ มุมมองใหม่ และแรงบันดาลใจที่มีค่ากว่ารางวัล

จากคำแนะนำของอาจารย์สู่การก้าวออกจาก Comfort Zone เพื่อเรียนรู้โลกการเงินกับธนาคารแห่งประเทศไทย 2 นักศึกษาคณะบัญชี พิสูจน์ให้เห็นว่าการเปิดรับทุกโอกาส ไม่เพียงพาไปสู่รางวัล แต่ยังต่อยอดเป็นประสบการณ์ มุมมอง และเครือข่ายที่มีคุณค่าต่อเส้นทางอาชีพในอนาคต


กล้าเปิดโอกาสให้ตัวเอง จุดเริ่มต้นของการเติบโต

โอกาสดี ๆ มักเริ่มต้นจากการกล้าลอง เช่นเดียวกับ กาก้า-มณีกาญจน์ บัวเลิง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบัญชี เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภททีม พร้อมเงินรางวัล 6,000 บาท และ เบนซ์-ณัฐวัฒน์ ธนาธีระวัฒน์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบัญชี ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 2 รอบ จนได้เข้าร่วมโครงการ BOT BOOTCAMP : THE NEXT GEN จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย แม้ทั้งสองจะมีจุดเริ่มต้นต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ การตัดสินใจคว้าโอกาสที่เข้ามา และก้าวออกจากห้องเรียนเพื่อสัมผัสประสบการณ์การทำงานจริง

ทั้งคู่เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการสมัครเข้าร่วมโครงการเกิดจากคำแนะนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภัสพร ตั้งใจกตัญญู รองคณบดีคณะบัญชี ที่มองเห็นศักยภาพและชักชวนให้ลองสมัคร แม้ในตอนแรกจะไม่ได้ตั้งใจเข้าร่วม แต่เมื่อได้ศึกษารายละเอียดของโครงการ จึงมองเห็นว่านี่คือโอกาสสำคัญในการเรียนรู้โลกการเงินจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ทั้งด้านองค์ความรู้ การทำงานร่วมกับนักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัย และได้รับการบ่มเพาะองค์ความรู้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากทีมผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศไทย 

บททดสอบที่มากกว่าการแข่งขัน

การก้าวเข้าสู่ BOT BOOTCAMP ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้สมัครต้องผ่านการคัดเลือกถึง 2 รอบ เริ่มจากการนำเสนอความเป็นตัวเองผ่านสไลด์เพียง 2 หน้า ก่อนเข้าสู่รอบสัมภาษณ์และ Pitching เพื่อแสดงศักยภาพต่อคณะกรรมการ จนเหลือผู้เข้าร่วมเพียง 66 คนจากผู้สมัครทั่วประเทศ

เบนซ์เล่าว่า หนึ่งในคำถามที่ท้าทายที่สุดคือ “ธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้อะไรจากตัวคุณ” ซึ่งเป็นคำถามที่ทำให้ต้องทบทวนคุณค่าของตัวเองอย่างจริงจัง ขณะที่กาก้าได้นำประสบการณ์จากการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก (Big 4) มาต่อยอดมุมมองด้านการกำกับดูแลเงินกองทุน และสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการเรียนรู้ประเด็นสำคัญของระบบการเงินไทย

จากห้องเรียน…สู่โลกการทำงานจริง

ทั้งสองมองตรงกันว่า ความรู้จากคณะบัญชีไม่ได้เป็นเพียงเนื้อหาในตำรา แต่เป็นพื้นฐานที่สามารถต่อยอดสู่ประสบการณ์จริงได้ เมื่อมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม การแข่งขัน หรือโครงการต่าง ๆ นักศึกษาจะสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนกับสถานการณ์จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

กาก้ากล่าวว่า สิ่งที่ประทับใจคือมหาวิทยาลัยกรุงเทพเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาอยู่เสมอ ทำให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ทั้งในการแข่งขัน การฝึกงาน และการทำงานในอนาคต ขณะที่เบนซ์ซึ่งเป็นนักกิจกรรม มองว่าคณะบัญชีช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ให้กว้างขึ้น ทั้งด้านธุรกิจ การตรวจสอบภายใน และการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม จนทำให้เข้าใจภาพการทำงานจริงได้รอบด้านมากกว่าการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

รางวัลอาจเป็นปลายทาง แต่ประสบการณ์คือสิ่งที่ล้ำค่ากว่า

แม้กาก้าจะสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กลับมาได้ แต่ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่เงินรางวัล แต่เป็นประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ในโครงการ ทั้งการทำงานร่วมกับเพื่อนต่างมหาวิทยาลัย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การบริหารทีม และการได้รับคำแนะนำจากผู้บริหารระดับประเทศ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ที่ไม่เคยได้รับจากในห้องเรียน

สำหรับเบนซ์ สิ่งที่ได้คือการเรียนรู้ว่าการทำงานร่วมกับผู้คนที่มีความหลากหลาย ต้องอาศัยการรับฟัง การปรับตัว และการดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาให้ดีที่สุด ส่วนกาก้ามองว่า โครงการนี้ทำให้ได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมได้รับแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมาจากมหาวิทยาลัยหรือสาขาใดก็ตาม


ทุกโอกาสคือบทเรียนของการเติบโต

เมื่อถามถึงข้อคิดที่อยากส่งต่อ ทั้งสองฝากข้อความถึงรุ่นน้องที่อยากเดินตามเส้นทางนี้อย่างน่าสนใจ กาก้ากล่าวว่า “ขอบคุณทุกโอกาส ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพราะทุกโอกาสทำให้เราเติบโต หากเราทำเต็มที่แล้ว ก็จะไม่มีอะไรให้เสียดาย” ขณะที่เบนซ์ฝากว่า “อย่าเสียเวลากับ factor ที่ควบคุมไม่ได้ แต่โฟกัสกับสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุด”